| Chawalit 的个人资料TORO照片日志列表 | 帮助 |
|
12月17日 อากาศหนาวแล้วอากาศดีมากๆ วันนี้เลยมาอัพเดทบล็อกนิดนึง ก็ไม่มีอะไรจะอัพเดทมากมาย 555+ เปลี่ยนเพลงใหม่แค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ปี 50 กำลังจะเข้ามาเร็วจริงๆ นะวันเวลา...แต่ยังไงเราก็ต้องก้าว...สู้ต่อไปนะทาเคชิ 8月14日 กับวันว่างๆวันนี้มีเวลาว่างเลยได้มีเวลากลับมาฝึกฝนทักษะ Photoshop ซึ่งห่างหายไปนานกับงานและการเรียน เลยทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาเล่นพวกนี้เท่าไหร่นะ พักหลังหนะ พอได้เล่นพวกนี้แล้วมันทำให้เราสบายใจ สนุกกับมัน (ตูน่าจะไปเรียนพวกดีไซน์นะเนี่ย) ไม่รู้จะเอารูปไหนมาทำ ก็เห็นไปหยิบรูปตัวเองมา...อันนี้ใช้กล้องจากมือถือถ่ายนะภาพมันอาจจะนอยซ์เยอะไปหน่อย แต่ก็ยังคงให้ภาพที่ดูดี 555+ ขำขำ ทำเล่นๆ แบบว่าไปเห็นเว็บนอกเค้าทำกันอะ ยืนถ่ายเห็นหน้าแบบนี้แหละ วันนี้เลยเอาบ้าง โกอินเตอร์.... 7月29日 Weekend of Julyกับวันเสาร์-อาทิตย์แสนสุขสันต์ รอให้ถึงวันหยุดตั้งแต่วันจันทร์ที่ไปทำงานละ...และแล้ววันนี้ก็มาถึง ได้พักผ่อนทั้งกายและใจ อยากจะอยู่หอเงียบๆ ไม่อยากทำอาราย โหะๆ
วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยเจ็ดโมงจะตื่นมามัยวะเนี่ย...เพราะปกติไปทำงานก็ตื่นหกโมงเช้า สงสัยจะติดเป็นนิสัยละ (ก็ดีนะ) เลยหาซีดีรวมรูปเก่ามานั่งดู เปิดไปเจออัลบั้มที่ไปบายเนียร์กันเมื่อตอนปีกลาย...ก็เอามาลงไว้เผื่อไปที่ไหนไกลๆ ไม่ได้พกซีดีไว้ จะได้เปิดเน็ตมาดูกันได้
แค่นี้ก่อนละคนเขียนก็ไม่รู้จาเขียนอาราย คนที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมก็คงจะขี้เกียจอ่านเหมือนกัน 555+ เขียนแค่นี้ละกาน 5月28日 Reuters Software Thailandได้เวลากลับมา update blog อีกครั้งแล้ว หลังจากที่เว็บไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยนานมากๆ วันนี้พอดีมีเวลาเลยแวะเวียนเข้ามาอัพเดตนิดหน่อยยย
สำหรับสองเดือนที่ผ่านมาก็เป็นเดือนแห่งการทำงาน สำหรับเดือนแรกเป็นฮันนีมูลไทม์ เพราะว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเล่นเน็ต โหะๆ แล้วก็ศึกษาถึงโมดูลในซอฟท์แวร์ที่เราทำงานด้วย ส่วนเดือนที่สองนั้นก็เป็นในส่วนของเทสเต็มเลย หุหุ
เดือนหน้าก็จะเปิดเทอมแล้ว ชีวิตคงจะเหนื่อยขึ้นอีกเยอะ เรียนด้วย + ทำงานด้วย - -" สู้เว้ย! (เหมือนนักยกน้ำหนักมะ คุ้นๆ นะคำนี้ โฮะๆ) 3月24日 เรียนจบแล้ววววว คับ!!!น่าดีๆ ใจจริงๆ เลย นะเราอะ....เรียนจบแล้ว ตัวเองภูมิใจคนเดียวยังไม่พอ พ่อกับแม่ก็ภูมิใจด้วย...ที่เหนื่อยส่งเสียเรียนมาจนจบ โฮะๆ ก็ดีใจมากมาย
วันนี้อยู่ห้องก็พักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องทำอาราย กินๆ แล้วก็เล่นเกมส์ แหม่ๆ ชีวิตเต็มที่จริงๆ ก็ต้องเก็บเกี่ยวหน่อย เดี๋ยววันที่ 3 เม.ย.ก็ต้องทำงานนนน...มันคงไม่ได้สบายแบบนี้หรอกเนอะ
เดี๋ยวเย็นๆ จะไปสยามพารากอนซะหน่อย จะไปกับใครหนะเหรอ ??? โฮะๆ ก็ไปกับสาวๆ หนะสิ 555+ (อันนี้พูดเล่นนะ) ตอนที่มานั่งเขียนเนี่ยก็ยังมึนๆ อยู่นะเล่นแต่ DotA เล่นมันอยู่นั่นแหละ ไม่เบื่อเหรองัยวะ - -" พูดไปพูดมาชักฉุนตัวเองแล้วนะ เฮ้ย บ้าป่าวเนี่ย หุหุ ท่าจะบ้าจริงๆ นะ 555+
พอละยิ่งเขียนยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่ ไปเที่ยวดีกว่า...ไว้เจอกันใหม่นะ MY BLOG อิอิ 3月17日 โต้รุ่งวันนี้ได้โต้รุ่งอีกวันนึงแว้ว...เป็นงานใหญ่ชิ้นสุดท้ายก็คือ Poster Project ขนาด A1 594mm*841mm ใหญ่ใช้ได้เลยแหละ โหะๆ ก็ออกแบบทำ ออกแบบทำ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาซัก 20-30 รอบได้จึงมาลงตัว ตอนนี้ก็เวลาปาเข้าไปตีสี่จะตีห้าละอีกนิดก็จะเช้าเลยกะว่าจะไม่นอนรอพระอาทิตย์ขึ้นเลยดีก่า
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับวันพรีเซ็นต์โปรเจค(จบ?) เราต้องพรีเซ็นต์ก่อนเพื่อนเลยสินะเพราะอาจารย์เค้ามาที่มหาลัยพอดี วันที่ 20 มี.ค.นี้แหละ พอพรีเซ็นต์ให้เค้าฟังแล้วถ้าผ่านอาจารย์ท่านอื่นคงม่ายมีปัญหาอันใด...ก็ลุ้นๆ อยู่เหมือนกันว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน...ยังไงก็สู้ๆ เนอะ 2月28日 Final Examวันนี้ก็เป็นวันสอบวันแรกแล้วสินะ...แล้วก็เป็นเทอมสุดท้ายแล้วด้วยสำหรับชีวิตนักศึกษาปริญญาตรีของกระผม "นายโตโร" ต่อไปก็คงจะเป็นชีวิตการทำงาน + การเรียนต่อปริญญาโท ที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนให้ได้
ประเดิมด้วยวิชา Network Design สำหรับการสอบปลายภาค วันนี้สอบหกโมงเย็นที่สอบตอนเย็นก็เพราะเรียนกับพี่ๆ ป.โท ที่เรากำลังจะเรียนเหมือนกัน...หุหุ...ถึงตอนที่เขียนบล็อคนี้ก็ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย...มัวแต่ Skype อยู่ โหะๆ (ที่ได้คุยเยอะเพราะว่าไปเปลี่ยน Profile ของตัวเองให้เป็น Female ) คนมาคุยเต็มเลย...มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น 555+ (ไม่มีสาวๆ เลย อิอิ) ช่วงนี้กำลังเห่อเพราะว่าบังเอิญได้ไปอ่านเรื่องเกี่ยวกับ VOIP เลยทำให้ทึงกับการทำงานของเทคโนโลยีนี้เข้า...
เทอมนี้ก็สอบสามวิชานะ วิชาเน็ตเวิร์คเป็นวิชาแรก วันที่ 2 มี.ค. สอบ Human Relation หรือพูดง่ายๆ ว่า "วิชามนุษย์สัมพันธ์" ขำ ขำ วิชานี้วิเคราะห์อย่างเดียวเชียว...อีกวิชาสุดท้าย วันที่ 7 มี.ค. AI วิชาสุดท้ายของปริญญาตรีที่สอบปลายภาค
จะจบไม่จบก็ตรงนี้ สอบเสร็จก็ต้องเตรียมตัวพรีเซ็นต์โปรเจค 21 มี.ค. เป็นด่านสุดท้ายยยยย....(อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ) คงจะโล่งใจสบายกายมากมาย...เนอะ...ว่ามั๊ย.... 2月10日 Update Blog !!!โอ้ววว...มาวันนี้บล็อกเราเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ คราวนี้ออกมาแนวๆ แบบว่าอินดี้+ใต้ดิน แนว HIP HOP โย่วๆ ประมาณนั้น เพราะได้ยินมาว่า My Space มี Themes ใหม่ๆ ให้เลือกก็เลยเข้ามาดู มันมีให้เลือกเยอะจริงๆ แต่ก็ไม่ถูกใจซักทีเลือกไปเลือกมาได้อันนี้แหละ...ก็ปรับนิดแต่งหน่อย...เลยออกมาเป็นเช่นนี้แล...
ช่วงนี้ก็ใกล้จะสอบ Final อีกละ ไหนจะ Report Project ต้องส่ง 17 ก.พ. นี้แล้วสินะ -*- อีกทั้งโปรเจค Network ก็ต้องทำอีกต่างหาก หุหุ ได้สนุกกันแน่ๆ งานนี้แต่ก็ไม่เป็นไรใจสู้....
รูปงานไนท์ตอนนี้ก็รอไรท์ใส่ ดี-วี-ดี ให้มันรวบรวมครบก่อนค่อยไรท์มาทีเดียวไว้เดี๋ยวได้รูปมาแล้วจะ เอามาอัพไว้ให้ดูละกันนะ...ดูเวลาก็ปาเข้าไปตีสามครึ่งละไปนอนดีกว่าคับพี่น้อง...ไว้เจอกันใหม่ 1月28日 งาน งาน งานหลังจากได้ไปเที่ยวที่เพชรบูรณ์กลับมา รู้สึกว่าช่วงนี้งานมันถาโถมเข้าใจ จนแทบไม่ทันตั้งตัว ปวดหัว ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ (เวอร์สุดๆ) ก็คงต้องเคลียร์กันไป สู้ๆ !
ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วอะ เครียด...ไปละ 1月17日 เที่ยว เที่ยว เที่ยวปีนี้เริ่มต้นปีได้ดีจริงๆ จะได้ไปเที่ยวตั้งหลายที่งานแรกเลยก็บายเนียร์ (งานเราแล้วสินะ) จะจัดขึ้นที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 20-22 ม.ค. นี้แหละ บรรยากาศคงจะหนาวมากเลยช่วงนี้ซึ่งมันคงต่างจาก กรุงเทพฯ เดี๋ยวก็หนาวเดี๋ยวก็ร้อนนน...ปรับตัวกันแทบม่ายทันแหนะ จะไม่รู้ด้ายงัยว่าที่เพชรบูรณ์ตอนนี้หนาวมากเพราะว่าก็เคยเรียนอยู่โซนนั้นตั้ง 3 ปี จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย ใกล้ๆ กันขับรถไปอีกนิดเดียวก็เพชรบูรณ์แล้วววว...ดีๆ จะได้กลับไปเห็นทะเลหมอกตอนเช้า...อากาศดีมากมาย คิดแล้วอยากไปเร็วๆ โดยเฉพาะคราวนี้ได้ไปกับเสด็จเพื่อนทั้งหลาย...คงได้ เฮ ฮา กันยกใหญ่
งานต่อมาก็งานไนท์...CPE Night จะมีขึ้นในวันที 4 กุมภาพันธ์ นี้แหละคงจะต้องจัดหาชุดที่เนี๊ยบที่สุดในชีวิต 555+ เวอร์มะ เพราะว่าปกติก็มักจะแต่งตัวแบบว่านะ..เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ (แอบอินดีนิดนึง) ไอ้งานที่ต้องแต่งตัวดีๆ ไม่ค่อยได้ไปกับเค้าหรอก โฮะๆ งานนี้เลยแบบว่าต้องดูดีนิดนึง จัดงานกันที่โรงแรมแม่น้ำนะ ถ้าใครอยากไปก็บอกละกันเดี๋ยวพาไป แต่เอาตังก์มาด้วยหละคนละ 700 กว่าบาทมั้งถ้าจำไม่ผิด อิอิ
อีกงานที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้...บายเนียร์ เราอีกแล้วคราวนี้น้อง รร.จุฬาภรณ์ฯ ที่น่ารักทั้งหลายจะจัดให้ (แอบดีจัย) น้องๆ น่ารักกันจริงๆ เห็นบอกว่าจะพาไปที่ชลบุรีซักวันสองวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นไงหละน้องเราน่ารักมะ น้องๆ เหล่านั้นก็ไม่มีใครที่ไหนหรอก ก็มี อีฟ ตั๊ก เรียว ปุ้ย คณะ IT ที่น่ารัก (คณะนี้น่ารักกันทุกคน โฮะๆ) เป็นผู้บุกเบิก แล้วก็มีน้องๆ คนอื่นอีกหลายคนที่ไม่ได้ออกนาม เห็นบอกจะไปด้วย น้องที่ลาดกระบังก็บอกว่าจะแจมด้วย...ดีจัยๆ ก็ดีจะได้ไปกันเยอะๆ สนุกดี ที่สำคัญ "เราฟรีตลอดงาน" 555+
เป็นการเริ่มต้นปีที่ดีทีเดียวนะ จริงมั๊ยยย.... 12月17日 ฤดูกาลสอบใกล้สอบเข้ามาอีกแล้วสินะ แต่ไม่รู้สิเทอมสุดท้ายแล้ว มันไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนตอนเราอยู่ปีหนึ่งปีสองเนอะ ที่ช่วงสอบที่จะตื่นเต้นมากมาย โฮะๆ โดยเฉพาะปีหนึ่งเทอมแรกนี่ตื่นเต้นจิงๆ วันสอบ แทบนอนไม่หลับแหนะ แต่เทอมนี้มีความรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้เรียนอะไรเลย ขำ ขำ ตลอด แต่จริงๆ ก็มีสอบนะสามวิชา วิชาแรก Human Relation ก็มนุษย์สัมพันธ์ อันนี้สอบมิดเทอมถึงเจ็ดบทเลยทีเดียว ยังไม่ได้อ่านเลยตั้งแต่บทแรกจะทันมั๊ยเนี่ยยยย....วิชาที่สองวิชา AI อันนี้ก็ยังไม่ได้อ่านอีกเหมือนกัน รู้สึกว่าจะเยอะเลยทีเดียวเชียว ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องอาไรเพราะว่าคาบที่ อ.เค้าสอนเยอะๆ ก็ไม่ได้เข้าเรียน เพราะว่าไปสอบ ธ.กรุงศรีฯ ส่วนวิชาสุดท้าย Network Designed วิชานี้ก็อย่าหวังว่าจะได้อ่านเหมือนกัน 555+
สรุปแล้วตอนนี้ยังไม่ได้อ่านอะไรเลย อิอิ แต่คงจะเริ่มๆ แล้วหละนะ กัวไม่ทัน อ้อเกือบลืมต้องอ่าน Data Communication ด้วยนี่นา ทบทวนๆ โฮะๆ
เสาร์ - อาทิตย์นี้ก็คงจะพักผ่อนอยู่ที่คอสโมแมนชัน ไม่ออกไปไหน อีกอย่างต้องเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานบริษัท Router Software Thailand วันจันทร์ที่ 19 นี้ด้วย...(ภาษาอังกฤษ ไม่งั้นก็คงสดๆ ตอนสัมภาษณ์เลย) พอแค่นี้ดีกว่าจะดู คนค้นตน เอ้ย คุยคุ้ยข่าว ของคุณสรยุทธ์ กับ เฮียร์กดก เอ้ย กนก เค้า อิอิ ชอบมากมาย เป็นแฟนพันธ์แท้เลยนะเนี่ย.... 12月16日 เช้าวันศุกร์วันนี้ไม่มีเรียนเป็นวันที่สบายเอามากๆ ตื่นมาตอนเช้าอารมณ์ก็แบบว่านะ อากาศเย็นๆ ไม่อยากจะทำอะไรเลย ก็เลยมานั่งฟังเพลงเก่าๆ ช่วงนี้ต้องฟังเพลงของ Paradox อัลบั้มฤดูร้อน จะเข้ากับบรรยากาศมากเลย แล้วก็ทำให้คิดถึงเวลาเก่าๆ (ยังไม่แก่นะ อย่าเพิ่งคิดว่ามาระลึกความหลัง) ก็เลยเปิดดูรูปเก่าๆ เห็นรูปที่ไปเที่ยวภูกระดึงปีที่แล้วกับผองเพื่อน ก็เลยเอารูปมาลงซะหนึ่งรูป เป็นรูปของสี่ชายหนุ่มที่หน้าตาดีที่สุดในภาควิชาก็ว่าได้ 555+
ดูเอาเองละกันนะว่ามีใครบ้าง อิอิ ปีนี้อยากไปเที่ยวอีกจังคงสนุกมากๆ อีกอย่างจะจบแล้วคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แบบนี้อีกแล้วหละ เนอะ 12月5日 กฏทอง 10 ข้อของคนรักกัน (รักษาสภาพรักแท้ๆ)ดีมากเลยบทความนี้พอดีไปเจอมาจากเน็ตเลยเอามาให้อ่านกัน
กฎทองข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้า.... เขาร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน) กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวานๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ) กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ … กฎข้อพิเศษสำหรับใครบางคน การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องที่วิเศษ อย่าให้เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาที ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมา... มันคุ้มกันแล้วเหรอ!! เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดีๆ อาจมีขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไม ปัญหาเกิดเพราะนึกถึงแต่ตัวเองคิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด ...แล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณหรือเปล่า สุดท้ายก็มีแต่ความเสียใจ.... Steve Jobs “จงหิวโหย จงโง่เขลา”สุนทรพจน์ที่สร้างความประทับใจไปทั่วโลกของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple และผู้สร้าง Macintoch
โอวาทที่ Steve Jobs ผู้สร้าง Macintosh แสดงในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย Stanford เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่บัณฑิตจบใหม่ในวันนั้น แต่ยังรวมไปถึงโลกคอมพิวเตอร์ที่ Silicon Valley และยังคงได้รับการชื่นชมและกล่าวขวัญไปทั่วโลกจนถึงวันนี้ สุนทรพจน์วันนั้น Jobs เพียงแต่เล่าถึงบทเรียนในชีวิตของเขา 3 บท แต่เป็น 3 บทที่ทำให้เขาซึ่งแม้แต่แม่ที่แท้จริงก็ไม่ต้องการ กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก บทเรียนบทแรกของ Jobs ซึ่งเขาเรียกมันว่า “การลากเส้นต่อจุด” เริ่มต้นด้วยการเล่าว่า ตัวเขาเองไม่เคยเรียนจบมหาวิทยาลัย เพราะได้ลาออกหลังจากเรียนในมหาวิทยาลัย Reed College ไปได้เพียง 6 เดือน ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยนั้น Jobs กล่าวว่า มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เขายังไม่เกิด แม่ที่แท้จริงของเขา ซึ่งเป็นนักศึกษาสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ต้องการเลี้ยงดูเขา และตัดสินใจยกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก แต่เธอมีเงื่อนไขว่า พ่อแม่บุญธรรมของลูกของเธอจะต้องเรียนจบมหาวิทยาลัย Jobs เกือบจะได้เป็นลูกบุญธรรมของนักกฎหมายที่จบมหาวิทยาลัยและมีฐานะ ถ้าเพียงแต่พวกเขาจะไม่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายว่า พวกเขาไม่ต้องการเด็กผู้ชาย กว่า Jobs จะได้พ่อแม่บุญธรรม ซึ่งต่อมาเป็นผู้เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ ก็อีกหลายเดือนหลังจากเขาเกิด เนื่องจากแม่ที่แท้จริงของเขาเกิดจับได้ว่า ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมของ Jobs ได้ปิดบังระดับการศึกษาที่แท้จริงซึ่งไม่ได้จบมหาวิทยาลัย และพ่อบุญธรรมของ Jobs ไม่ได้เรียนมัธยมด้วยซ้ำ แต่ต่อมาเธอก็ได้ยอมเซ็นยก Jobs ให้แก่พ่อแม่บุญธรรม เมื่อพวกเขารับปากว่าจะส่งเสียให้ Jobs ได้เรียนมหาวิทยาลัย 17 ปีต่อมา Jobs ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสมตามความต้องการของแม่ที่แท้จริง ผู้ไม่เคยเลี้ยงดูเขาแต่กลับต้องการกำหนดชะตาชีวิตของลูกที่ตนไม่เคยเลี้ยงดู เพียง 6 เดือนในมหาวิทยาลัย Jobs ใช้เงินเก็บที่พ่อแม่บุญธรรมซึ่งเป็นเพียงชนชั้นแรงงานได้สะสมมาตลอดชีวิต หมดไปกับค่าเล่าเรียนที่แสนแพง Jobs ตัดสินใจลาออก เพราะเขามองไม่เห็นคุณค่าของการเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่สามารถช่วยให้เขาคิดได้ว่า เขาต้องการจะทำอะไรในชีวิต แม้ว่าตอนนี้เมื่อมองกลับไปเขาจะรู้สึกว่า การตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา เพราะการลาออกทำให้เขาไม่ต้องฝืนเข้าเรียนในวิชาปกติที่บังคับเรียนซึ่งเขาไม่เคยชอบหรือสนใจ แต่สามารถเข้าเรียนในวิชาที่เขาเห็นว่าน่าสนใจได้ แต่เขาก็ยอมรับว่า นั่นเป็นชีวิตที่ยากลำบาก เมื่อเขาไม่ได้เป็นนักศึกษาจึงไม่มีห้องพักในหอพัก และต้องนอนกับพื้นในห้องของเพื่อน ต้องเก็บขวดโค้กที่ทิ้งแล้วไปแลกเงินมัดจำขวดเพียงขวดละ 5 เซ็นต์ เพื่อนำเงินนั้นไปซื้ออาหาร และต้องเดินไกล 7 ไมล์ทุกคืนวันอาทิตย์ เพื่อไปกินอาหารดีๆ สัปดาห์ละหนึ่งมื้อที่วัด Hare Krishna อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ และวิชาทั้งหลายที่เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจและสัญชาตญาณของเขาจะพาไป ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลาต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy) Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คงไม่อาจจะมีตัวอักษรแบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้สัดส่วนสวยงาม รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษรสวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ “ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (คอลิกราฟฟี่) จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุดระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลังเท่านั้น ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ คุณจะต้อง “ไว้ใจและเชื่อมั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหาทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่ บทเรียนชีวิตบทที่สองที่ Jobs เล่าต่อไปคือ ความรักและการสูญเสีย Jobs อายุเพียง 20 ปี เมื่อเขาเริ่มก่อตั้ง Apple กับเพื่อนที่โรงรถของพ่อ เพียง 10 ปีให้หลัง Apple เติบโตจากคนเพียง 2 คนกลายเป็นบริษัทใหญ่โตที่มีมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์และพนักงานมากกว่า 4,000 คน แต่หลังจากที่เขาเพิ่งเปิดตัว Macintosh ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของเขา ได้เพียงปีเดียว Jobs ก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งเองกับมือ เมื่ออายุเพียงแค่ 30 ปี หลังจากเขาทะเลาะถึงขั้นแตกหักกับนักบริหารมืออาชีพ ที่เขาเองเป็นผู้ว่าจ้างให้มาบริหาร Apple และกรรมการบริษัทกลับเข้าข้างผู้บริหารคนนั้น ข่าวการถูกไล่ออกของเขาเป็นข่าวที่ใหญ่มาก และเช่นเดียวกัน มันเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา Jobs กล่าวว่า เขาได้สูญเสียสิ่งที่เขาได้ทำมาตลอดชีวิตไปในพริบตา และเขารู้สึกเหมือนตัวเองพังทลาย เขาไม่รู้จะทำอะไรอยู่หลายเดือน และถึงกับคิดจะหนีออกจากวงการคอมพิวเตอร์ไปชั่วชีวิต แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งกลับค่อยๆ สว่างขึ้นข้างในตัวเขา และเขาก็พบว่า เขายังคงรักในสิ่งที่เขาทำมาแล้ว ความล้มเหลวที่ Apple มิอาจเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีต่อสิ่งที่ได้ทำมาแล้วแม้เพียงน้อยนิด เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อมาเขาพบว่า การถูกอัปเปหิจาก Apple กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา เพราะความหนักอึ้งของการประสบความสำเร็จได้ถูกแทนที่ด้วยความเบาสบายของการเป็นมือใหม่อีกครั้ง และช่วยปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ จนสามารถเข้าสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ที่สุดในชีวิตของเขา ช่วง 5 ปีหลังจากนั้น Jobs ได้เริ่มตั้งบริษัทใหม่ชื่อ NeXT และ Pixar และพบรักกับ Laurence ซึ่งต่อมาเป็นภรรยาของเขา Pixar ได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องแรกของโลกนั่นคือ Toy Story และขณะนี้เป็นสตูดิโอผลิตการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ส่วน Apple กลับมาซื้อ NeXT ซึ่งทำให้ Jobs ได้กลับคืนสู่ Apple อีกครั้ง และเทคโนโลยีที่เขาได้คิดค้นขึ้นที่ NeXT ได้กลายมาเป็นหัวใจของยุคฟื้นฟูของ Apple Jobs กล่าวว่า ความล้มเหลวเป็นยาขมแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไข้ เมื่อชีวิตเล่นตลกกับคุณ จงอย่าสูญเสียความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก Jobs เชื่อว่า สิ่งเดียวที่ทำให้เขาลุกขึ้นได้ในครั้งนั้น คือเขารักในสิ่งที่เขาทำ ดังนั้นคุณจะต้องหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจอย่างแท้จริง คือการได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยอดเยี่ยม และวิธีเดียวที่คุณจะทำให้คุณสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือ คุณจะต้องรักในสิ่งที่คุณทำ และถ้าหากคุณยังหามันไม่พบ อย่าหยุดหาจนกว่าจะพบ และคุณจะรู้ได้เองเมื่อคุณได้ค้นพบสิ่งที่คุณรักแล้ว ส่วนบทเรียนชีวิตบทสุดท้ายในโอวาทของเขาคือ ความตาย เมื่ออายุ 17 ปี Jobs ประทับใจในข้อความหนึ่งที่เขาได้อ่านมา ซึ่งเสนอแนวคิดให้คนมีชีวิตอยู่โดยคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต และตลอด 33 ปีที่ผ่านมา Jobs จะถามตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของเขา เขาจะยังคงต้องการทำสิ่งที่เขากำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ถ้าหากคำตอบเป็น “ไม่” ติดๆ กันหลายวัน เขาก็รู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเปลี่ยนแปลง Jobs กล่าวว่า วิธีคิดว่าคนเราอาจจะตายวันตายพรุ่ง เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา ซึ่งได้ช่วยให้เขาสามารถตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ ในชีวิตได้ เพราะเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียงเกียรติยศ ความกลัวที่จะต้องอับอายขายหน้าหรือล้มเหลว จะหมดความหมายไปสิ้น เหลือไว้ก็แต่เพียงสิ่งที่มีคุณค่าความหมายและความสำคัญที่แท้จริงเท่านั้น วิธีคิดเช่นนี้ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้คุณไม่ตกลงไปในกับดักความคิดที่ว่า คุณมีอะไรที่จะต้องสูญเสีย เพราะความจริงแล้ว เราทุกคนล้วนมีแต่ตัวเปล่าๆ ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อปีที่แล้ว เขาได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนชนิดที่รักษาไม่ได้ และจะตายภายในเวลาไม่เกิน 3-6 เดือน แพทย์ถึงกับบอกให้เขากลับไปสั่งเสียครอบครัวซึ่งเท่ากับเตรียมตัวตาย แต่แล้วในเย็นวันเดียวกัน เมื่อแพทย์ได้ใช้กล้องสอดเข้าไปตัดชิ้นเนื้อที่ตับอ่อนของเขาออกมาตรวจอย่างละเอียด ก็กลับพบว่า มะเร็งตับอ่อนที่เขาเป็นนั้นแม้จะเป็นชนิดที่พบได้ยากก็จริง แต่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด และเขาก็ได้รับการผ่าตัดและหายดีแล้ว นั่นเป็นการเข้าใกล้ความตายมากที่สุดเท่าที่ Jobs เคยเผชิญมา และทำให้ขณะนี้เขายิ่งสามารถพูดได้เต็มปาก เสียยิ่งกว่าเมื่อตอนที่เขาเพียงแต่ใช้ความตายมาเตือนตัวเองเป็นมรณานุสติว่า ไม่มีใครที่อยากตาย แม้แต่คนที่อยากขึ้นสวรรค์ก็ยังไม่อยากตายก่อนเพื่อจะไปสวรรค์ แต่ก็ไม่มีใครหลีกหนีความตายพ้น และเขาคิดว่า มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น Jobs เห็นว่า ความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของ “ชีวิต” ความตายคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ความตายกวาดล้างสิ่งเก่าๆ ให้หมดไปเพื่อเปิดทางให้แก่สิ่งใหม่ๆ ดังนั้น Jobs บอกว่า เวลาของคุณจึงมีจำกัด และอย่ายอมเสียเวลามีชีวิตอยู่ในชีวิตของคนอื่น จงอย่ามีชีวิตอยู่ด้วยผลจากความคิดของคนอื่น และอย่ายอมให้เสียงของคนอื่นๆ มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องมีความกล้าที่จะก้าวไปตามที่หัวใจคุณปรารถนาและสัญชาตญาณของคุณจะพาไป เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของคุณรู้ดีว่า คุณต้องการจะเป็นอะไร Jobs ปิดท้ายสุนทรพจน์ของเขา ด้วยการหยิบยกวลีที่อยู่ใต้ภาพบนปกหลังของวารสารฉบับสุดท้ายของวารสารเล่มหนึ่งที่เลิกผลิตไปตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งเขาเปรียบวารสารดังกล่าวเป็น Google บนแผ่นกระดาษ และเป็นประดุจคัมภีร์ของคนรุ่นเขา วารสารดังกล่าวมีชื่อว่า The Whole Earth Catalog จัดทำโดย Stewart Brand ส่วนวลีนั้นคือ “จงหิวโหย จงโง่เขลาอยู่เสมอ” ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังจะเป็นเช่นนั้นเสมอมา Fortune ฉบับเดือนกันยายน 2548 แปลและเรียบเรียงโดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์ 12月1日 TMF : Thonburi Music Festivalก็จบไปแล้วอย่างสวยงาม (จบเห่ อิอิ) งานนี้ก็สนุกสนานมากมาย ดีจัยมากๆ ที่เพื่อนๆ มาเชียร์กันอย่างล้นหลาม ปีนี้เล่นได้ดีกว่าปีที่แล้วเยอะเลย โหะๆ เพราะว่าคราวนี้ไม่ตื่นเต้นเหมือนปีที่แล้ว...
สมาชิกในวงก็มีกันอยู่ 6 คน ประกอบด้วย
- โอ นักร้องนำ
- เบียร์ กลอง
- โต้ เบส
- น๊อต (พิทวย) กีตาร์
- คะน๊อส คีย์บอร์ด
- และสุดท้าย โต กีตาร์ลี๊ดดด
อุตส่าห์ไปซุ่มซ้อมกันตั้งหลายวัน ปีนี้เปลี่ยนนักร้องนำแนวเพลงเปลี่ยนไปด้วยเลย อินดี้สุดๆ เพลงแรกก็เล่นเพลงของ พี่นภ พรชำนิ - เผลอ เพลงต่อมาก็เป็นเพลง ความจริงในใจ-Cresendo สองเพลงแรกเล่นกันได้ดีเลยทีเดียว มาเพลงสุดท้าย See Scape - Scrubb เพลงนี้หลุดเลยยยย เล่นเร็วไปหน่อย มือกลองรัวซะ ก็เลยเล่นไปตามเกมส์ มันใช้ได้ทีเดียว
เอารูปมาให้ดูด้วยนะแค่บางส่วนไว้จะกลับมาอัพให้ดูอีก 11月10日 CPE Project Roomในทุกๆ วันของชีวิต สิ่งที่จะขาดหายไปจากกิจวัตรประจำวันของเราเสียมิได้คือ "ห้องโปรเจค" ห้องนี้แหละ ห้องนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องมา แต่มาแล้วใช่ว่าจะได้การได้งานนะ ไม่เล้ยยยย...สิ่งที่ทำเป็นประจำเลยคือ เล่น Counter Strike กับผองเพื่อน มีขาประจำอยู่หลายคนเหมือนกันที่ชอบเล่น และเล่นกันทุกวันที่มีโอกาส เอ้า...ยิ้งงงงง...ยิ้งๆๆๆๆๆ....ส่วนมากก็มักจะถูกเพื่อนยิงหัวนัดเดียวแล้วก็เงียบไป (ตาย) ก็ต้องนั่งรอรอบใหม่ โฮะๆ คนที่ยิงหัวเราบ่อยๆ คือ ไอ้เบียร์...นั่นเอง มันชอบตั้งชื่อกวน..ตี..น อีกต่างหากนะ โฮะๆๆ แต่ก็ไม่เป็นไรได้อารมณ์ดี ได้ยิงมันถือเป็นการเอาคืนที่บังอาจมาตั้งชื่อกวน
รู้สึกว่าปีสุดท้ายแล้วจะเรียนน้อยมากกก...เทอมนี้เรียนแค่ 4 วิชาเอง...แต่วิชาที่ชอบที่สุดคงเป็น Network Design อันนี้ตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ และอีกอย่างที่สำคัญในตอนนี้คือ ทำโปรเจค ให้เสร็จต้องเร่งงงง..หน่อยแล้ว เดี๋ยวจาไม่จบ
ช่วงนี้ก็ม่ายมีอะไรให้ปวดหัว สบายๆ CHiLL ChiLL ทุกวัน อิอิ ขำ ขำ เพราะแต่ละวันม่ายค่อยจะมีเรียนอะไรว่างตลอด โฮะๆ เอาไว้แค่นี้ก่อนละกัน พอหอมปากหอมคอไม่ได้เขียนซะนานเลย ไว้กลับมาเขียนใหม่ 9月16日 จอมยุทธ์วันนี้นำเสนอ... จอมยุทธ์ : พีทูวอร์ชิพ
ครั้งหนึ่งยังมีจอมยุทธ์ ออกเดินทางไปสุดฟ้า หวังเพื่อที่จะตามหา ยอดวิชาที่หายไป จะเอาไปแก้แค้น ให้กับอาจารย์เขา จะต้องเป็นจ้าวยุทธ์ แล้วเขาต้องยิ่งใหญ่ บังเอิญเกิดตกเขา บังเอิญมีกิ่งไม้ บังเอิญจึงรอดตาย บังเอิญคัมภีร์อยู่ที่นั่น
เคล็ด..หลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปราณให้ดี เคล็ด..ลับวิชา ในตำราขั้นที่เหลือ คือคิดดี ทำดี พูดดี เท่านี้ได้ดีแน่นอน
ครั้นแล้วจอมยุทธ์ ก็ออกเดินทางขึ้นจากเขา ด้วยวิชาตัวเบา ก็ล้างแค้นได้สมใจ เลยถูกดักแก้แค้น เมื่อเขาพักโรงเตี๊ยม แล้วถูกวางยาพิษ แล้วเขาก็ล้มไป แล้วถูกผลักตกเขา บังเอิญมีกิ่งไม้ บังเอิญจึงรอดตาย บังเอิญคัมภีร์อยู่ที่นั่น
เคล็ด..หลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปราณให้ดี เคล็ด..ลับวิชา ในตำราขั้นที่เหลือ คือคิดดี ทำดี พูดดี เท่านี้ได้ดีแน่นอน
เมื่อได้ลองมาอยู่คนเดียว ก็ทำให้ใจที่เคยได้ฟุ้งซ่าน ได้คิดบ้าง สุขสงบมันอยู่ที่ใจ แย่งชิงกันไปสุดท้ายก็เหมือนกัน ก็แค่นั้น เรื่องบุญคุณก็คงต้องแทน ส่วนเรื่องความแค้นก็คงต้องลดบ้าง อภัยบ้าง สุขสงบมันอยู่ที่ใจ อาวุธวางไว้ยื่นไมตรีให้กัน คิดได้แล้วตัวก็เบา ชอบมากมายเพลงนี้... 9月11日 Exon Mobilวันศุกร์ที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปฟังการแนะนำบริษัท Exon Mobil ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค รู้สึกดีมากมายตอนแรกก็คิดว่าไปฟังเฉยๆ ไม่ค่อยอยากจะทำงานที่นี่เท่าไหร่...แต่พอได้ฟังรายละเอียดต่างๆ แล้วก็ดีนะ รู้สึกว่าจะชอบขึ้นมาทันทีเลย...
โลกมันกลมจิงๆ เลย ไปวันนี้ได้เจอพี่จูเนียร์ ที่เคยไปค่ายสมาคมเว็บมาสเตอร์แห่งประเทศไทยด้วยกัน...ทีแรกก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าใช่เพราะว่าแต่งชุดทำงานเลยจำไม่ค่อยได้ แต่พอดูดีๆ ก็เลยจำได้...เห็นยืนถ่ายรูปอยู่ พอจบ Section เค้าก็ปล่อยไปกินข้าวเย็น...ไปที่โต๊ะอาหารเราได้โต๊ะเบอร์ 41 ก็ได้โต๊ะเดียวกันกับพี่เค้าพอดี คราวนี้เลยคุยกันสบายเลยโฮะๆ เพราะรู้จักกันมาก่อน...ได้ฟังเกี่ยวกับการทำงานที่ Exon ว่าเป็นไงบ้าง มีแผนกไหนบ้างที่น่าสนใจ
เลิกงานก็สามทุ่มกว่าๆ แหนะกว่าจะออกจากโรงแรมอีก ก็เดินออกมาจากซอยสุขุมวิท 22 กะว่าจะเที่ยวต่อซะงั้นไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วนี่ 555+ แต่ไม่เอาดีกว่ากลับบ้านพักผ่อนดีกว่า โหะๆ 7月12日 Together6月18日 Happiness
|
|
|